เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 มูลนิธิตะวันฉายเพื่อผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่และพิการทางศีรษะและใบหน้า จัดการประชุมสามัญประจำปี 2569 เพื่อรายงานผลการดำเนินงานที่ผ่านมา พร้อมกำหนดทิศทางและแผนยุทธศาสตร์การดำเนินงานในช่วงปี 2569–2570 โดยมีคณะกรรมการ ที่ปรึกษา และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
ตลอดปีที่ผ่านมา มูลนิธิฯ สามารถขับเคลื่อนภารกิจเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วยได้อย่างเป็นรูปธรรม อาทิ การดำเนินโครงการ “72 รอยยิ้ม” เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ซึ่งให้การรักษาและฟื้นฟูผู้ป่วยรวม 76 ราย การได้รับรางวัล Digital Ecosystem Partner Award 2026 ด้าน Sustainability Social สะท้อนถึงบทบาทในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาสร้างประโยชน์แก่สังคม รวมถึงการได้รับการรับรองสถานะเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ ซึ่งนับเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาองค์กรสู่ความยั่งยืน
สำหรับทิศทางการดำเนินงานในระยะต่อไป มูลนิธิฯ ได้กำหนด 5 ยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่ การพัฒนาระบบการรักษา การพัฒนาเครือข่ายและบุคลากร การส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้ป่วย การวิจัยและนวัตกรรม และการพัฒนาองค์กรสู่ความยั่งยืน พร้อมเดินหน้าโครงการเฉลิมพระเกียรติ “72 รอยยิ้ม” ในรูปแบบ Comprehensive Care ที่ครอบคลุมการรักษา การศึกษา การพัฒนาคุณภาพชีวิต และการสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพ เพื่อให้ผู้ป่วยและครอบครัวสามารถพึ่งพาตนเองและมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังมุ่งขยายความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรวิชาชีพ และเครือข่ายนานาชาติ เพื่อพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยด้วยองค์ความรู้และเทคโนโลยีดิจิทัล ต่อยอดสู่การเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ที่เข้มแข็ง โปร่งใส และสร้างคุณค่าแก่สังคมไทยอย่างยั่งยืนต่อไป
ศาสตราจารย์ นพ.บวรศิลป์ เชาวน์ชื่น ประธานมูลนิธิตะวันฉายฯ กล่าวว่า
“มูลนิธิจะมุ่งพัฒนาการดูแลผู้ป่วยปากแหว่ง เพดานโหว่ฯ แบบครบวงจร ไม่เพียงด้านการรักษาเท่านั้น แต่รวมถึงการศึกษา การพัฒนาทักษะชีวิต และการสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพ เพื่อให้ผู้ป่วยและครอบครัวสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรีและยั่งยืน พร้อมทั้งนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยยกระดับระบบการดูแลผู้ป่วยให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมไทยในวงกว้าง”







